แชร์

การยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ง่ายนิดเดียว

อัพเดทล่าสุด: 21 มี.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม
อัพเดทความรู้เกี่ยวกับภาษี ::

การยื่นภาษีออนไลน์ 2568 คือการแจ้งรายได้และคำนวณภาษีของปี 2567 ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร เพื่อทำตามกฎหมายที่ระบุเอาไว้ที่ว่า ‘ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์จำเป็นต้องยื่นภาษี’ ไม่ว่าจะเป็น พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดฉบับย่อของการยื่นภาษีออนไลน์ 2568 มีด้วยกัน 2 เงื่อนไขสำคัญ คือ
.
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีออนไลน์ประจำปี 2568
ยื่นภาษีสำหรับคนโสด : พนักงานเงินเดือนที่มีรายได้ตั้งแต่ 120,000 บาท/ปีขึ้นไป และผู้มีรายได้อื่นๆ ที่มีรายได้ตั้งแต่ 60,000 บาท/ปี ขึ้นไป
ยื่นภาษีสำหรับคนที่สมรส : พนักงานเงินเดือนที่มีรายได้ตั้งแต่ 220,000 บาท/ปีขึ้นไป และผู้มีรายได้อื่นๆ ที่มีรายได้ตั้งแต่ 120,000 บาท/ปีขึ้นไป
ดังนั้น ผู้มีรายได้ตรงตามเงื่อนไขนี้ต้องเตรียมเอกสารยื่นภาษี หรือมีเงินเดือนในฐานภาษีตามขั้นบันได
ก็ต้องเตรียมค่าลดหย่อนภาษีเอาไว้ จะได้เสียภาษีน้อยลง
.
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท ที่ต้องยื่นภาษีคืออะไร
เงินได้พึงประเมิน คือ รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีตามกฎหมาย เป็นรายได้ที่ได้จากการทำงาน การลงทุน หรือธุรกิจส่วนตัว หากเข้าข่ายตามที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้มีรายได้จะต้องยื่นภาษีประจำปี ซึ่งเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท ได้แก่
.
เงินได้ประเภท 1 : เงินเดือนและค่าจ้างประจำ เช่น เงินเดือน โบนัส บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้าง
เงินได้ประเภท 2 : รายได้จากอาชีพอิสระ เช่น ค่าจ้าง ค่าบริการ ค่านายหน้า เช่น ฟรีแลนซ์ นักแปล นักเขียน นักออกแบบ
เงินได้ประเภท 3 : ค่าลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เช่น รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ งานเพลง งานเขียน ค่าความนิยม (Goodwill) หรือสูตรลับทางธุรกิจ
เงินได้ประเภท 4 : ดอกเบี้ย เงินปันผล และผลประโยชน์จากการลงทุน เช่น รายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก พันธบัตร เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน กำไรจากการขายหุ้น
เงินได้ประเภท 5 : ค่าเช่าทรัพย์สิน เช่น รายได้จากการให้เช่าบ้าน คอนโด ที่ดิน รวมถึงค่าปรับจากการผิดสัญญาเช่า
เงินได้ประเภท 6 : ค่าวิชาชีพอิสระ เช่น รายได้จากอาชีพเฉพาะทาง เช่น แพทย์ ทนายความ สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี
เงินได้ประเภท 7 : รายได้จากการรับเหมา เช่น รายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง งานรับจ้างทำของที่รวมค่าแรงและค่าวัสดุ
เงินได้ประเภท 8 : รายได้จากธุรกิจ การค้า และอื่นๆ เช่น รายได้จากการทำธุรกิจ ขายของออนไลน์ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ขายกองทุนรวม หรือขายอสังหาริมทรัพย์
.

เตรียมให้ครบ! เอกสารที่ต้องมีก่อนยื่นภาษีออนไลน์ 2568
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรายได้ต้องทำทุกปี ไม่ว่าจะยื่น ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 การมีเอกสารครบถ้วนช่วยให้ขั้นตอนเร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาด และอาจช่วยให้คุณได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ ซึ่งเอกสาร ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2568 ได้แก่

เอกสารหลักที่ต้องใช้ยื่นภาษีออนไลน์
การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเตรียมเอกสารยื่นภาษีเอาไว้ ซึ่ง 3 เอกสารหลักที่ผู้มีเงินได้หรือคนที่ต้องเสียภาษีควรจะมีคือ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
สำหรับมนุษย์เงินเดือน นายจ้างจะออกให้ทุกต้นปี
สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้มีรายได้จากการให้บริการ ต้องขอจากผู้ว่าจ้าง
เอกสารเกี่ยวกับที่มาของรายได้
รายงานรายได้จากธุรกิจส่วนตัว
หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน
เอกสารแสดงรายได้จากค่าเช่า อาชีพอิสระ หรือรายได้อื่นๆ
เอกสารที่เป็นค่าลดหย่อนภาษีตามสิทธิ์ที่มี
ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส
ค่าลดหย่อนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าลดหย่อนกองทุนออมแห่งชาติ
ค่าลดหย่อนประกันชีวิต ค่าลดหย่อนประกันสุขภาพ
ค่าลดหย่อนบริจาค เช่น ให้โรงเรียน พรรคการเมือง
หมายเหตุ : ค่าลดหย่อนภาษีขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถใช้สิทธิ์อะไรได้บ้าง
.
คำนวณภาษี 2568 คิดยังไง อัตราภาษีบุคคลธรรมดา คืออะไร?
การเข้าใจอัตราภาษีบุคคลธรรมดาและวิธีการคำนวณภาษี 2568 คือขั้นตอนสำคัญในการวางแผนภาษีที่ชาญฉลาด! การคำนวณภาษีล่วงหน้าช่วยให้คุณรู้จักการจัดการการเงินส่วนตัว และตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้ค่าลดหย่อนภาษีอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณอยากรู้ว่าในปี 2568 จะสามารถจ่ายภาษีได้น้อยลงได้อย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบ!
.
วิธีคำนวณรายได้สุทธิก่อนนำไปคำนวณภาษี 2568
การคำนวณภาษี 2568 ไม่ได้ใช้รายได้ทั้งหมด แต่ต้องนำ “รายได้สุทธิ” มาคำนวณภาษีก่อน ด้วยสูตร “รายได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อนภาษี = รายได้สุทธิ” สมมติว่าเงินเดือนเดือนละ 40,000 บาท เท่ากับว่า 1 ปีมีรายได้ทั้งหมดรวม 480,000 บาท ตามกฎหมายแล้วสามารถลดหย่อนต่างๆ เช่น
.
ค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนประกันสังคม 9,000 บาท
เมื่อนำค่าลดหย่อนภาษีใช้สิทธิ์ได้มารวมกันจะคิดเป็น 169,000 บาท ดังนั้น เมื่อจะคิดรายได้สุทธิ ให้ใช้รายได้ต่อปี - ค่าลดหย่อนภาษี จะคิดเป็น 480,000 - 169,000 บาท คุณจะมีรายได้สุทธิคือ 311,000 บาท ซึ่งรายได้สุทธิก้อนนี้จะถูกนำไปคำนวณภาษี 2568 ในขั้นตอนถัดไป
.
วิธีคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันไดปี 2568
โครงสร้างภาษีของประเทศไทยใช้ “อัตราภาษีก้าวหน้า” หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อ “อัตราภาษีแบบขั้นบันได” ซึ่งหมายความว่า รายได้ที่สูงขึ้นจะถูกหักภาษีในเรทที่เพิ่มขึ้นตาม ฐานภาษีบุคคลธรรมดา ที่กำหนดไว้ โดยระบบนี้ช่วยให้เกิดความเป็นธรรมทางภาษี ใครมีรายได้มากก็จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ส่วนคนที่มีรายได้น้อยก็จะเสียภาษีน้อยลงหรืออาจได้รับการยกเว้น
.
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?” หรือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มเสียภาษี?” คำตอบขึ้นอยู่กับโครงสร้างของฐานภาษี ซึ่งจะมีการกำหนดเรทภาษีเป็นช่วงๆ โดยรายได้สุทธิในแต่ละช่วงจะถูกคำนวณภาษีตามอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ดังนี้
.
ซึ่งการคำนวณภาษี 2568 ก่อนจะยื่นภาษีออนไลน์กับกรมสรรพากร ให้นำรายได้สุทธิมาคำนวณตามขั้นบันได จากตัวอย่างมีรายได้สุทธิ 311,000 บาท เมื่อคิดตามฐานภาษีหรือเรทภาษีขั้นบันได จะได้เป็น

ขั้นที่ 1 : รายได้ 0 - 150,000 บาท ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี
ขั้นที่ 2 : รายได้ส่วนที่เกิน 150,000 - 300,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 5% → 150,000 x 5% = 7,500 บาท
ขั้นที่ 3 : รายได้ส่วนที่เกิน 300,000 - 311,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 10% → 11,000 x 10% = 1,100 บาท
ดังนั้น รายได้สุทธิ 311,000 บาทจะต้องจ่ายภาษีประจำปีที่ 8,600 บาท ซึ่งถ้ามีค่าลดหย่อนภาษีอื่นๆ ที่ใช้ได้ก็ควรใช้คู่กันไปด้วยจะได้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดโดยไม่เสียสิทธิ์
.
รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ์ ค่าลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง
ก่อนที่จะยื่นภาษีออนไลน์​ กรมสรรพากร ต้องเช็กลิสต์ก่อนว่าในปีภาษี 2568 ค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง จะได้ช่วยประหยัดค่าภาษีได้มากขึ้น โดยค่าลดหย่อนภาษีปี 2568 แบ่งออกเป็น 5 หมวดคือ

ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนภาษีที่เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีทุกคนสามารถใช้ได้

ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว ลดหย่อนแบบไม่มีเงื่อนไข 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีคู่สมรส ที่คู่สมรสที่จดทะเบียนต้องไม่มีรายได้ 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีบุตร ถ้าเป็นบุตรตามกฎหมายลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท และบุตรที่เกิดในปี 2561 เป็นต้นไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท​ ​ (ไม่จำกัดจำนวน) บุตรบุญธรรม 30,000 บาทต่อคน (รวมกันไม่เกิน 3 คน)​
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน (รวมบิดามารดาของคู่สมรส) และบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท
ค่าลดหย่อนกรณีที่อุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพพลภาพ ใช้สิทธิได้คนละ 60,000 บาท (มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท)
ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันสังคม
เงินประกันสังคม ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 9,000 บาท
เบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป หรือ เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งกรมธรรม์ต้องมีระยะการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนแบบทั่วไปสามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีก 100,000 รวมลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 25,000 บาท เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพของบิดาและมารดา ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งบิดาและมารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่จำเป็นต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป
ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มการออมและการลงทุน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท แต่เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีรวมกัน แต่เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือหน่วยลงทุนมากกว่า 5 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน)
เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มการบริจาค
เงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10% ของรายได้หลักหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มอื่นๆ
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ ลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี
เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย เช่น คอนโด บ้าน ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
เงินลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2564 นำมาลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
Easy E-Recipt 2.0 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.- 28 ก.พ. 2568 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1) ลดหย่อนได้ 30,000 บาท โดยซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจด VAT และไม่ได้จด VAT และ 2) ลดหย่อนได้ 20,000 บาท โดยต้องเป็นสินค้า OTOP หรือสินค้าและบริการจากวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม และต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สำหรับลดหย่อนภาษีปี 2568
.

จะซื้อประกันลดหย่อนภาษียังไงดีให้คุ้มค่าที่สุด?
การเตรียมตัววางแผนลดหย่อนภาษีเอาไว้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว อย่ารอให้ถึงโค้งสุดท้ายช่วงวันยื่นภาษีออนไลน์ แล้วค่อยมาวางแผนลดหย่อนภาษี สมมติว่า นาย A มีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ใช้ได้ในปี 2568 คือ
.
ค่าลดหย่อนภาษีพื้นฐาน
ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนบิดามารดา 30,000 บาท
ค่าประกันสังคม ลดหย่อนได้สูงสุด 9,000 บาท
ค่าลดหย่อนจากประกัน
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ (กรมธรรม์คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท โดยนาย A ซื้อ 50,000 บาท จึงใช้สิทธิ์ได้เต็มจำนวน
ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ (ไม่เกิน 200,000 บาท) โดยนาย A ซื้อ 200,000 บาท จึงใช้สิทธิ์ได้เต็มจำนวน
ประกันสุขภาพตัวเอง ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท โดยนาย A ซื้อ 25,000 บาท จึงใช้สิทธิ์ได้เต็มจำนวน
ประกันสุขภาพพ่อแม่ ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท โดยนาย A ซื้อให้พ่อแม่รวมกัน 30,000 บาท แต่ใช้สิทธิ์ได้แค่ 15,000 บาท
ถ้าอยากซื้อประกันชีวิตเอาไว้ใช้คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ แถมยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปด้วย ก็สมัครประกันชีวิตได้กับ บัตรเครดิตอิออน หรือ สินเชื่อดิจิทัลยัวร์แคช*ไม่ต้องจ่ายเต็มทีเดียว ผ่อนประกัน ได้ 0% นานสูงสุด 10 เดือน สมัครง่ายผ่าน AEON MOBILE Application ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ดูแลตัวเองวันนี้ แถมจัดการภาษีไปในตัว ผ่อนง่ายๆ แค่คลิกเดียวจบ!

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 22%-25% ต่อปี

*กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 22%-25% ต่อปี

ถ้าไม่อยากยุ่งยาก และไม่มีความชำนาญในการยื่นภาษี
ทางเรามีบริการบัญชีที่คุณมั่นใจได้ ครบทุกขั้นตอน”
ระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี
-ณิสราแอคเค้าท์-
.
-บัญชีรายเดือน - ปิดงบการเงิน
-จด ห้างหุ้นส่วน จำกัด
-จด บริษัท จำกัด
.
ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องบัญชีการเงิน
www.nisaraaccount.com
โทรด่วน. 062 159 6592
แอดไลน์ Line ID: @pam1553

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมต้องเลือกสำนักงานบัญชีที่น่าเชื่อถือ?
ลดต้นทุน ไม่ต้องแบกรับเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานประจำ
18 มี.ค. 2026
ประโยชน์ของการจ่ายภาษีมีอะไรบ้าง?
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ: การพัฒนาสาธารณูปโภค: เช่น ถนน, โรงพยาบาล, โรงเรียน
23 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy